อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
เงินดอลลาร์กลับมาอยู่ในจุดสนใจอีกครั้งตามกระแสข่าวล่าสุดจากตะวันออกกลาง
เมื่อวานนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นท่ามกลางการยกระดับความตึงเครียดอย่างรุนแรงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ แรงกระตุ้นสำคัญมาจากการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำซึ่งกำลังแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์แห่งนี้ ต้องไม่ลืมว่าปริมาณน้ำมันของโลกส่วนสำคัญลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นที่นี่จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานในทันที และผลักให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น โดยตามธรรมเนียมแล้ว ดอลลาร์มักทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัยหลักในช่วงเวลาที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งช่วยอธิบายการแข็งค่าของดอลลาร์ในรอบนี้ได้
สถานการณ์ในลักษณะนี้ไม่เป็นผลดีต่อยูโร ความต้องการความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นดึงเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง กดดันคู่เงิน EUR/USD ขณะที่ “ค่าเผื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์” ในตัวดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้น ค่าเงินปอนด์ก็ได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกัน ท่ามกลางการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง GBP/USD อ่อนตัวลงเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำเข้าแหล่งพลังงาน ทำให้มีความเปราะบางต่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเป็นพิเศษ
สำหรับวันนี้ ฝั่งผู้ซื้อยูโรแทบไม่มีปัจจัยพื้นฐานสำคัญให้ยึดเกาะ เนื่องจากไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจหลักใด ๆ อยู่ในปฏิทิน มีเพียงคำกล่าวสุนทรพจน์ของประธาน Bundesbank Joachim Nagel ที่จะเผยแพร่ออกมา ความเห็นของเขาอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางระยะสั้นของยูโร นักลงทุนจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณของการเปลี่ยนโทนคำพูด หรือความเป็นไปได้ของแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางยุโรปจากท่าทีเดิมของเขา ในทางกลับกัน หาก Nagel ยังคงยืนในจุดยืนที่ระมัดระวัง ตลาดอาจตีความได้ว่า วัฏจักรการเข้มงวดนโยบายการเงินกำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุด ซึ่งจะยิ่งเป็นปัจจัยลบต่อยูโร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากธนาคารกลางอื่น ๆ ทั่วโลกยังคงเดินหน้าในการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป
ในส่วนของปอนด์ วันนี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญจากสหราชอาณาจักรกำหนดประกาศ ทำให้มีพื้นที่ให้สกุลเงินนี้ฟื้นตัวจากการร่วงลงเมื่อวานได้มากขึ้น การขาดข้อมูลเศรษฐกิจใหม่จากฝั่งสหราชอาณาจักรทำให้ค่าเงินยังคงอยู่ในภาวะไม่แน่นอน แต่หากไม่มีข่าวลบหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ปัจจัยทางเทคนิคและบรรยากาศโดยรวมของตลาดอาจช่วยสนับสนุนการปรับขึ้นในลักษณะรีบาวด์ได้ เทรดเดอร์น่าจะจับตาดูโซนแนวรับและแนวต้านเดิม และหากปอนด์สามารถฝ่าแนวสูงล่าสุดขึ้นไปได้ ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโอกาสขยับขึ้นต่อ
หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาด การใช้กลยุทธ์ Mean Reversion จะเหมาะสมกว่า แต่หากข้อมูลออกมาสูงหรือต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ การใช้กลยุทธ์ Momentum จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า